รู้จักวีซ่าเชงเก้น และมีประเทศอะไรบ้าง


ก่อนออกเดินทางไปประเทศแถบยุโรปต้องมีใบเบิกทางอย่างวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa)

ที่จะช่วยให้เดินทางต่างประเทศได้อย่างอิสระเสรี ซึ่งมีประเทศที่ใช้วีซ่าเชงเก้นได้ถึง 26 ประเทศ

หากใครที่มีแผนเดินทางไปประเทศฝั่งยุโรป รีบมาทำความรู้จักกับวีซ่าเชงเก้น การเตรียมตัวยื่นขอวีซ่า และจะสามารถเข้าประเทศอะไรได้บ้าง มาดูไปพร้อมกันเลย

วีซ่าเชงเก้น คืออะไร?

วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) เป็นใบอนุญาตให้เข้าประเทศเพื่อเข้าไปพำนักในระยะสั้นหรือไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน โดยมีที่มาจากความตกลงเชงเก้น (Schengen Agreement) ที่ให้ผู้ถือวีซ่านี้สามารถเดินทางเข้า-ออกในประเทศที่อยู่ในภาคีข้อตกลงได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง (Passport) และไม่มีจุดตรวจพรมแดน (Border Controls) ในระหว่างรัฐเชงเก้นอีกด้วย

เมื่อทำวีซ่าเชงเก้น 1 ประเทศซึ่งเป็นประเทศจุดหมายหลัก จะได้รับสิทธิในการเดินทางเข้าทุกประเทศในเขตเชงเก้น โดยมีเงื่อนไขคือจะต้องเดินทางออกจากประเทศในเขตเชงเก้นก่อนวีซ่าจะหมดอายุและต้องมีเงินเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในขณะที่อยู่ในประเทศนั้นๆ

นอกจากนี้ จะต้องมีการชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการเดินทางในแต่ละครั้ง โดยแบ่งได้ดังนี้

  • เพื่อการท่องเที่ยว (Tourism visa)
  • เพื่อเดินทางผ่าน (Transit visa)
  • เพื่อธุรกิจ (Business visa)
  • เพื่อการเรียน (Study visa)
  • เพื่อเยี่ยมเยือนครอบครัวหรือเพื่อน (Visa for Visiting Family or Friends)
  • เพื่อแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและกีฬา (Visa for Culture and Sport activities)
  • เพื่อติดต่อราชการ (Visa for Official Visits)
  • เพื่อการรักษาพยาบาล (Visa for Medical Reasons)

ซึ่งประเทศที่อยู่ในเขตเชงเก้นมีทั้งหมด 26 ประเทศ ได้แก่

  1. ออสเตรีย (Austria)
  2. เบลเยี่ยม (Belgium)
  3. สาธารณรัฐเชค (Czech)
  4. เดนมาร์ก (Denmark)
  5. เอสโตเนีย (Estonia)
  6. ฟินแลนด์ (Finland)
  7. ฝรั่งเศส (France)
  8. เยอรมัน (Germany)
  9. กรีซ (Greece)
  10. ฮังการี (Hungary)
  11. ไอซ์แลนด์ (Iceland)
  12. อิตาลี (Italy)
  13. ลัตเวีย (Latvia)
  14. ลิคเทนสไตน์ (Lichtenstein)
  15. ลิทัวเนีย (Lithuania)
  16. ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg)
  17. มอลต้า (Malta)
  18. เนเธอร์แลนด์ (Netherlands)
  19. นอร์เวย์ (Norway)
  20. โปแลนด์ (Poland)
  21. โปรตุเกส (Portugal)
  22. สโลวาเกีย (Slovakia)
  23. สโลเวเนีย (Slovenia)
  24. สเปน (Spain)
  25. สวีเดน (Sweden)
  26. สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)

ประเทศในเขตเชงเก้นที่ได้รับอนุมัติวีซ่าได้ง่ายที่สุด ได้แก่ ลิทัวเนีย (Lithuania) เอสโตเนีย (Estonia) ฟินแลนด์ (Finland) และไอซ์แลนด์ (Iceland) เนื่องจากมีผู้ขอวีซ่าเชงเก้นจำนวนไม่มากและมีอัตราการถูกปฏิเสธต่ำ ทำให้ไม่ต้องใช้ระยะเวลารอวีซ่านานและมีโอกาสยื่นขอผ่านมากที่สุด

ยื่นขอวีซ่าเชงเก้นได้อย่างไร?

หากต้องการเดินทางเข้าประเทศในเขตเชงเก้นเพียง 1 ประเทศ สามารถยื่นขอวีซ่าเชงเก้นได้ที่ สถานทูต สถานกงสุลหรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าในประเทศนั้นๆ แต่หากต้องการเดินทางไปหลายประเทศให้ยื่นคำร้องไปที่สถานทูต สถานกงสุลหรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าของประเทศแรกหรือประเทศที่จะไปเข้าพักเป็นเวลานานมากที่สุด ซึ่งสามารถยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 6 เดือนก่อนวันเดินทาง ถ้าจะให้ดีที่สุดควรยื่นขอในช่วง 3 สัปดาห์และช้าที่สุดไม่ควรเกิน 15 วัน

วีซ่าเชงเก้นมีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?

เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 ที่ผ่านมา มีการปรับค่าธรรมเนียมจากเดิม EUR 60 เป็น EUR 80 โดยประเทศสมาชิกเขตเชงเก้นได้กำหนดค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องกัน จึงไม่มีค่าธรรมเนียมคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง ยกเว้นเด็ก ผู้เยาว์และผู้ขอวีซ่าเชงเก้นบางประเภทอาจได้รับการลดค่าธรรมเนียมลงหรือได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับแต่ละเงื่อนไข ทั้งนี้ในการยื่นใบคำร้องขอวีซ่าเชงเก้นจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเต็มจำนวนโดยไม่มีการคืนเงินใดๆ ทั้งสิ้น

ต้องมีประกันภัยหรือไม่?


ในการขอวีซ่าเชงเก้นสำหรับทุกๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเดินทางเพียงประเทศเดียวหรือหลายประเทศ จะต้องมีการทำประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่มีวงเงินประกันไม่ต่ำกว่า 30,000 ยูโรหรือ 1,500,000 บาท นอกจากนี้แต่ละประเทศยังมีการกำหนดเงื่อนไขประกันภัยและเลือกได้เฉพาะบางบริษัทที่ได้รับการยอมรับเท่านั้น

ซึ่งประกันการเดินทางที่ให้การคุ้มครองสำหรับการเดินทางในประเทศเขตเชงเก้นมีอยู่หลากหลายบริษัทให้เลือกในไทย แต่ที่มีแผนประกันภัยคุ้มค่าและครอบคลุมที่สุดแห่งหนึ่ง คือ บริษัท MSIG ที่จับมือกับ Rabbit Care มีแผนประกันภัยสำหรับการเดินทางและการท่องเที่ยว ทั้งแบบรายครั้งและรายปี เหมาะสำหรับวัตถุประสงค์การเดินทางที่หลากหลาย ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงถึง 1,500,000 บาท มีสาขาอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งจะอำนวยความสะดวกได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดปัญหาฉุกเฉินขณะเดินทางและหากเจ็บป่วยก็สามารถนอนโรงพยาบาลได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องสำรองจ่าย รวมถึงมีแผนประกันภัยที่ขยายความคุ้มครองด้านอื่นๆ อย่างกระเป๋าเดินทางสูญหาย หรือเที่ยวบินล่าช้าได้อีกด้วย

ชมข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมหรือสอบถามบริการเพิ่มเติมกับ Rabbit Care ได้ที่ 1438 พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Related Post